Street Life Photo.(Long Journey!)

February 28, 2007

ความสุขอีกอย่างของการถ่ายภาพ

Filed under: My Gallery, Zorki 4 — heronop @ 4:18 pm

 เอาภาพมาฝากมาไว้ซักอีก 1 ชุดพอดีพึ่งได้ไปวัดพระแก้วมารอบล่าสุดประมาณช่วงปีใหม่พอดีไปหาอะไรดีๆใส่ตัวหน่อย ก็เลยหยิบกล้องไปซ่ะ1  ตัวคือ Zorki 4 บวกด้วย 50mm น่าจะเป็น Industar 22 ครับ ละตั้งแต่ซื้อมาพึ่งได้มีโอกาสใช้นี่แหละทั้งกล้องและเลนส์เลย
กล้องบวกเลนส์รัสเซีย หิ้วแกว่งไปแกว่งมาสบายใจเพราะไม่ต้องรักษาอะไรมาก รู้สึกบอดี้มันอึดดี ละแล้วก็มีโอกาสถ่ายภาพสมใจแบบไม่ต้องคิดอะไรมากด้วย เพราะวัดแสงก็ไม่มี เลนส์ก็ไม่รู้ดีป่าว คิดอย่างเดียวคือ Sunny 16 ที่พอจะจำได้และนี่คือภาพที่ได้ออกมาครับ ซึ่งพยายามลองถ่ายให้ได้มุมแปลกๆดู ของวัดพระแก้วที่น่าจะได้เห็นภาพกันซะคุ้นเคยแล้ว
สิ่งที่อยากแชร์ก็คือบางทีถ่ายรูปแบบไม่ต้องคิดถึงอุปกรณ์บางทีก็ดีเหมือนกันเนอะ

ปล.เป็นฟิลม์แรกที่ลองผิดลองถูกล้างเองด้วย ยิ่งไม่ต้องคิดใหญ่เลยภาพที่ได้เลยเป็นอย่างที่เห็นครับ

Zorki4 + 50mm Industar 22
Film Fomapan 400 Rate 100(เพราะตอนแรกคิดว่าฟิลม์ 100) HC 110 6.45m 

…………………………….

The lastest album from the Zorki 4  Camera with self Film Developed.

cnv000042.jpg

cnv000041.jpg

cnv000028.jpg

cnv000026.jpg

cnv000044.jpg

cnv000023.jpg

Location Bangkok Thailand 2007.

February 21, 2007

Ramayana

Filed under: Day by Day, My Gallery, Zorki 4 — heronop @ 10:49 pm

The lastest Picture that i love.the Panorama of  Ramayana at the Wat Phra kaew

 

pano.JPG

Zorki 4 lens Industar 61 Film Fomapan 400 Rate 100 self developed HC 110 6.45m scanfilm Location Thailand Jan 2007.

February 20, 2007

วัดพระศรีสรรเพชญ์

Filed under: Fed 3b, My Gallery — heronop @ 12:50 pm

ควันหลงหลังจากที่ได้ไปชม “ตำนานสมเด็จพระนเรศวร” ทั้งภาคที่ 1 และ 2 ซึ่งคงไม่ต้องพูดถึงอะไรมากเพราะเชื่อว่าหลายๆคนคงได้ไปชมอยู่แล้ว และก็สมควรที่จะต้องไปชมอย่างยิ่งเพราะเป็นภาพยนตร์ไทยที่ดีมากๆ เรื่องหนึ่งเลย ทั้งในด้านโปรดักชั่นและก็บทภาพยนต์ รับลองไม่ผิดหวังหรือรู้สึกเสียดายเงินอย่างแน่นนอน

แต่อย่างที่บอกไว้หลังจากที่ได้ไปชม สมเด็จพระนเรศรวมา ก็มานึกถึงอนาจักร “อโยธาศรีรามเทพนคร” หรือจังหวัดอยุธยาเมืองเก่าของเราแต่ก่อนนี้เอง ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาได้ไปเที่ยวมาเหมือนกันและได้เหมือนเดิมและขาดไม่ได้คือเก็บภาพมาด้วย ซึ่งถ้าคิดย้อนไปในสมัยก่อนนั้นรู้สึกว่ามันเป็นอนาจักรชาวพุทธที่ยิ่งใหญ่ รุ่งเรืองและสวยงามจริงๆ คิดแล้วเสียดายที่ต้องถูกทำลายด้วยสงคราม เหมือนกับสิ่งดีๆ หลายๆ อย่างที่ต้องสูญเสียจากคำว่าสงครามเฉิกเช่นเดียวกัน

อัลบัมนี้มาจากกล้อง Fed 3 lens 35mm Jupiter12 Film T-max 400 แล้วก็มีข้อมูลวัดพระศรีสรรเพชญ์ ที่ได้ไปถ่ายมามาฝากด้วยครับ

ayudtaya-vt-37.jpg

 

 

 

 

ayudtaya-vt-36.jpg

 

 

 

 

ayudtaya-vt-33.jpg

 

 

 

 

ayudtaya-vt-29.jpg

 

 

 

 

ayudtaya-vt-28.jpg

 

 

 

 

ayudtaya-vt-27.jpg

 

 

 

 

ayudtaya-vt-25.jpg

 

 

 

 

ayudtaya-vt-24.jpg

 

 

 

 

ayudtaya-vt-19.jpg

 

 

 

 

ayudtaya-vt-18.jpg

 

 

 

 

ayudtaya-vt-16.jpg

 

 

 

 

ayudtaya-vt-14.jpg

 

 

 

 

ayudtaya-vt-11.jpg

 

 

 

 

ayudtaya-vt-8.jpg

 

 

 

 

ayudtaya-vt-7.jpg

 

 

 

 

ayudtaya-vt-6.jpg

 

 

 

 

ayudtaya-vt-4.jpg

 

 

 

 

ayudtaya-vt-1.jpg

 

 

 

 

ayudtaya-vt.jpg

 

 

 

 

ayudtaya-vt-2.jpg

Fed 3b Lens Jupiter 12 Film T-max 400 Location Ayutaya Thailand 2006.

February 14, 2007

Happy Valentine’s day

Filed under: Day by Day — heronop @ 10:40 am

Just want to say Happy Valentine’s day to you guys. Love is all around.

February 13, 2007

นี่แหละ Superman ตัวจริง

Filed under: a story — heronop @ 10:49 am

ตอนรับวันแห่งความรักที่กำลังจะมาถึง พอดีได้ไปอ่านเรื่องราวของซุปเปอร์ฮีโร่ ในบท Superman ตัวจริงอ่านแล้วน้ำตาซึมครับ นี่คือชีวิตรักนอกบทของ Superman ตัวจริง ที่ยิ่งใหญ่จริงๆครับ

ขอบคุณหนังสือสรรสาระที่นำบทความนี่มาให้ได้อ่านกันครับ อยากให้ลองอ่านดูครับ

——————————————————- 

 48.jpg

ระลึกถึงครอบครัวรีฟ ภาพครอบครัวของเพื่อนสะท้อนถึงความรักอันยิ่งใหญ่

โดย เคน เรแกน และเรียบเรียงโดย อะลานนา แนช

 ——————————————————–

ผมรู้จักคริสโตเฟอร์ รีฟตอนเขากำลังจะกลายเป็นคนที่วิ่งเร็วยิ่งกว่ากระสุน แข็งแกร่งยิ่งกว่ารถจักร สามารถกระโดดพรวดเดียวขึ้นตึกสูงๆได้ ตอนนั้นปี 2520 เขาอายุ 25 ปีและกำลังถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องซูเปอร์แมน บทบาทที่ทำให้เขาเป็นสัญลักษณ์ของอเมริกา ส่วนผมเป็นช่างภาพที่ถ่ายภาพคนดังสำหรับนิตยสารและภาพนิ่งในภาพยนตร์ ช่วงทำงานกับกองถ่ายภาพยนตร์เรื่องซูเปอร์แมน ผมรู้สึกชอบชายร่างสูงกำยำผู้นี้ เรานัดกินอาหารด้วยกันค่ำคืนหนึ่งโดยตอนนั้นไม่สะกิดใจเลยว่าเขาจะมีผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อชีวิตผม

ปีถัดมา เมื่อซูเปอร์แมนออกฉาย ผมได้รับมอบหมายให้ถ่ายภาพเขาเพื่อประกอบบทความในนิตยสารเล่มหนึ่ง เราขลุกอยู่ด้วยกันห้าวัน เขาเป็นเพื่อนร่วมงานที่น่ารักมาก ไม่ถือตัว และร่าเริง เวลาต่อมา เมื่อเขามาร่วมงานเลี้ยงบาร์บีคิวฉลองวันชาติที่บ้านผม เพื่อนๆต่างไม่เชื่อว่านี่คือคริสโตเฟอร์ รีฟที่แสดงเป็นซูเปอร์แมน

เราสนใจอะไรหลายอย่างคล้ายกัน ทั้งกีฬา วรรณกรรม ภาพยนตร์ ละคร และโทรทัศน์ เขาสนใจในงานของผมเพราะนอกจากถ่ายภาพเกี่ยวกับวงการบันเทิง ผมยังถ่ายภาพสงครามและเหตุการณ์สำคัญระดับโลก แต่สิ่งที่ทำให้เราสองคนสนิทกันคือคริสเชื่อใจผม เขารู้ว่าผมไม่มีวันนำภาพเขาไปตีพิมพ์โดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้า

ในปี 2523 ภาพยนตร์ซูเปอร์แมน ภาค 2 ออกฉาย ผมได้ถ่ายภาพคริสสำหรับบทความอีกเรื่อง ตอนนั้น เขากับเก เอ็กซ์ตัน ผู้บริหารบริษัทเดินแบบมีลูกชายคนหนึ่งคือแมตทิว สองปีต่อมา ทั้งคู่มีลูกสาวอีกคนคืออะเล็กซานดรา ผมสนิทกับครอบครัวของคริสและมักไปเที่ยวพักผ่อนด้วยหรือเป็นที่พึ่งทางใจให้กันเสมอ

วอร์เนอร์ บราเทอร์สส่งผมไปแคนาดาเพื่อตามกองถ่ายภาพยนตร์เรื่องซูเปอร์แมน ภาค 3 ระหว่างสำรวจหามุมถ่ายภาพ ผมมีโอกาสไปแล่นเรือและล่องแก่งกับคริส ผมเกิดความคิดที่จะถ่ายภาพในมุมมองที่ยิ่งใหญ่ตระการตา ผมถามคริสว่าเขาเคยขึ้นบอลลูนไหม “ผมคิดอยากลองมาตลอด แต่ในสัญญาระบุว่าระหว่างถ่ายทำซูเปอร์แมน เขาห้ามผมขับเครื่องบิน” พูดจบ เขาหยุดนิ่งไปอึดใจและยิ้มอย่างมีเลศนัย “แต่สัญญาไม่ได้เอ่ยอะไรเกี่ยวกับบอลลูนนี่นะ”

วันรุ่งขึ้น นักบินผู้บังคับบอลลูนมารับเราช้ากว่าที่นัดไว้ ตอนบอลลูนลงจอดบนตอไม้กลางทุ่งนั้น รอบตัวเรามืดสนิท ผมกับคริส หล่นออกมานอกตะกร้า ผมลุกขึ้นยืนและตะโกนเสียงลั่นด้วยความตกใจ “คริส” ไม่มีเสียงตอบ ผมใจหายวาบ คิดว่าตัวเองพาซูเปอร์แมนมาตายเสียแล้ว ผมได้ยินเสียงร้องคราง “โอย ผมคิดว่ากระดูกหักทั้งตัว” คริสตอบ เสียงเหมือนอาการไม่ดีเลย ผมวิ่งสุดฝีเท้ารีบเข้าไปดู แสงจันทร์หม่นฉายให้เห็นร่างเขาเหยียดยาวอยู่บนพื้น ผมคุกเข่าเพื่อช่วยพยุง คริสเงยหน้าขึ้นมองผมแล้วหัวเราะงอหาย ผมอยากจะชกหน้าเขาสักหมัดเพราะเขาปกติดีทุกอย่าง

เป็นเรื่องเศร้าเมื่อคริสและเกเลิกกันในปี 2530 พวกเขาอยู่ด้วยกันราวสิบปี เขาหงุดหงิดและกังวลใจมากเรื่องลูก ทั้งคู่ได้รับสิทธิ์ในการดูแลลูกร่วมกัน ต่อมา ในปีเดียวกันนั้น คริสก็พบกับดานา โมโรซีนี

เธอร้องเพลงในคาบาเรต์ หลังพบกันครั้งแรก คริสบอกผมว่าเธอคือคนที่เขามองหามาตลอดชีวิต เมื่อผมพบเธอในวันรุ่งขึ้น ผมถามคริสว่า “เธอมีน้องสาวไหม” เธอเป็นคนน่ารักและร่าเริง แถมยังเป็นคนที่กอดได้อบอุ่นที่สุด

ทั้งสองแต่งงานกันในปี 2535 หลังวิลล์ ลูกชายเกิด พวกเขาก็ย้ายไปอยู่รัฐนิวยอร์ก ผมแวะไปเยี่ยม ชีวิตพวกเขาดูสมบูรณ์แบบไปทุกอย่าง จากนั้นในเดือนพฤษภาคม 2538 โลกของพวกเขาก็ล้มครืนเมื่อคริสประสบอุบัติเหตุตกม้า ได้รับบาดเจ็บที่กระดูกสันหลังทำให้เป็นอัมพาตตั้งแต่คอลงไป

สองเดือนต่อมาหลังคริสย้ายไปอยู่ศูนย์ฟื้นฟู ดานาโทรศัพท์มาหาผม “คริส อยากให้คุณมาพบ เอากล้องมาด้วยนะ” เธอบอก

 pic45.jpg

ตอนเห็นเพื่อนเป็นอัมพาต ผมพยายามสะกดกลั้นไม่แสดงอารมณ์สะเทือนใจต่อหน้าเขา ตอนนั้น คริสยังพูดไม่ค่อยได้ แต่เขายืนยันชัดเจนจะให้ผมถ่ายภาพสำหรับ หนังสือที่เขาวางแผนจะเขียน ผมต้องไปๆมาๆข้างเตียงเขาอีกหลายเที่ยว

คริสเป็นห่วงว่าสภาพของเขาจะมีผลกระทบต่อดานา เขาบอกเธอว่า “มันไม่ยุติธรรมที่ผมทำให้คุณต้องแบกรับภาระนี้” เธอตอบว่า “คุณให้ความรักกับฉัน ฉันก็มีความรู้สึกเดียวกันนี้ และมีความรักต่อคุณ และคุณก็ยังเป็นคุณ”

ผมคิดว่าเหตุผลเดียวที่คริสไม่ท้อถอยกับชีวิตก็เพราะความรักของดานา รวมทั้งความเชื่อมั่นของเธอว่าพวกเขาจะมีชีวิตอยู่ร่วมกันได้ เมื่อคริสกลับไปอยู่บ้าน ดานาเป็นมากกว่าภรรยา คนรัก และแม่ของลูก เธอเป็น พยาบาล คนขับรถ นักกายภาพบำบัด และทุกสิ่งทุกอย่างของเขา เธอดูแลเขาตลอด 24 ชั่วโมง ป้อนข้าวป้อนน้ำ ช่วยเขาสั่งน้ำมูก และทำทุกอย่างด้วยความเต็มใจไม่รังเกียจ เธอยังช่วยให้เขามีอารมณ์ขัน คืนหนึ่ง ระหว่างกินบาร์บีคิวมื้อค่ำกันที่บ้าน ดานาคว้าข้าวโพดมาฝักหนึ่งและบอกว่า “ดูให้ดีนะ ฉลามจอว์สกำลังจะงาบเหยื่อ” เธอถือฝักข้าวโพดตรงหน้าคริส เขาแทะข้าวโพดตลอดแถวยาวหมดในพริบตา อีกครั้งระหว่างการถ่ายภาพให้นิตยสารผู้หญิง ดานายกเท้าขึ้นพาดคริสและหยอกเล่นว่า “มาเพิ่มความร้อนแรงกันหน่อย”

ผมเป็นลูกโทน พ่อตายตั้งแต่ผมอายุสองขวบ เวลาเห็นคริสและดานาแสดงความรักอันมากมายที่มีต่อวิลล์ ผมอดคิดไม่ได้ว่าอยากมีพ่อแม่แบบนี้บ้าง คริสมักไปดูวิลล์แข่งฮอกกี้ แต่กว่าจะพาสังขารไปได้ไม่ใช่เรื่องง่าย พวกเขาจะต้องพาคริสขึ้นรถตู้ที่ทำขึ้นพิเศษ ส่วนดานาก็ต้องคอยดูแลไม่ให้อุณหภูมิในร่างกายเขาลดต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด แต่สำหรับคริสจะลำบากแค่ไหนก็คุ้ม เมื่อวิลล์ทำแต้ม ใบหน้าคริสจะเหมือนเจ้าตัวหน้ายิ้มสีเหลืองขยายสักสิบเท่า

คริสก่อตั้งมูลนิธิคริสโตเฟอร์ รีฟเพื่อหาวิธีรักษาการบาดเจ็บที่กระดูกไขสันหลัง มูลนิธิฯระดมเงินได้กว่า 65 ล้านเหรียญ เขาเริ่มหาเสียงสนับสนุนทางการเมืองเพื่อเร่งงานวิจัยด้านเซลล์ต้นแบบโดยหวังว่าจะช่วยรักษาอาการอัมพาตได้ เขาเดินทางทั่วโลกเพื่อเรียนรู้ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์

เขาไม่เคยหมดหวังที่จะกลับมาเดินได้อีกครั้งแม้จะเผชิญอุปสรรคนานัปการ กลางปี 2547 ที่นิวออร์ลีนส์ ระหว่างกำกับภาพยนตร์โทรทัศน์เกี่ยวกับวัยรุ่นพิการ คริสต้องเข้าโรงพยาบาล แผลกดทับเกิดบวมขึ้นมา และมีแนวโน้มจะอักเสบซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อระบบภูมิคุ้มกันในตัวเขา เมื่อออกจากโรงพยาบาล เขาเชิญผมไปกินมื้อค่ำ “คืนนี้อากาศดี ออกไปเดินเล่นกันเถอะ”

ดานาพาคริสนั่งรถเข็นไปตามถนน รถราที่วิ่งขวักไขว่ต่างหยุดให้ ผู้คนออกมาจากรถแลัส่งเสียงทักทาย “ยินดีต้อนรับสู่นิวออร์-ลีนส์” คิดไม่ถึงเลยว่านี่เป็นครั้งสุดท้ายที่ผมจะเห็นเขาและดานาด้วยกัน

วันที่ 25 กันยายน 2547 คริสฉลองวันเกิดครบรอบ 52 ปี ถัดมา 15 วัน อาการอักเสบจากแผลกดทับลามไปทั้งตัวและทำให้หัวใจเขาหยุดเต้น ผมสะเทือนใจอย่างบอกไม่ถูก เมื่อพบหน้าดานา เราได้แต่สวมกอดกันอยู่นานและร้องไห้

ดานากลายเป็นประธานมูลนิธิฯและสานต่องานของคริสในการต่อสู้เพื่อผลักดันงานวิจัยด้านเซลล์ต้นแบบ เธอหวนคืนสู่อาชีพการแสดงและร้องเพลงอีกครั้ง

ผมมักแวะไปที่บ้านเธอเพื่อดูว่าเธออยู่สุขสบายดีไหม ในเดือนมิถุนายน 2548 เธอโทรศัพท์มาหาผมด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น และบอกว่าได้รับบทแสดงในคาบาเรต์ที่นครนิวยอร์ก และต้องการภาพถ่ายเพื่อใช้ในโปสเตอร์โฆษณา เธอมาหาผมที่สตูดิโอ เธอดูสวยมาก เราถ่ายรูปกันทั้งวัน เธอกระตือรือร้นจนคนอื่นพลอยคึกคักไปด้วย แม้เธอจะรู้สึกไม่ค่อยสบาย ไอไม่หยุด แล้วพร่ำบอกว่า “ฉันเป็นหวัดและยังไม่หายเสียที”

สองสัปดาห์ต่อมา เธอยังคงไอไม่หยุด ผมเตือนว่า “ดานา คุณควรจะไปหาหมอนะ” เธอบอกว่านัดหมอแล้ว

เดือนต่อมา เธอบอกผมว่าเป็นมะเร็งปอด ผมพูดไม่ออก เธอกลับบอกว่า “อย่าห่วงไปเลย ฉันไม่เคยสูบบุหรี่แม้แต่มวนเดียว และหมอก็ตรวจพบในระยะเริ่มต้น ฉันจะเข้ารับการรักษา บางทีอีกหกเจ็ดเดือน ฉันอาจปลอดมะเร็งโดยสิ้นเชิง”

ดานาต้องผจญกับความทุกข์โศกมากมาย เหมือนเคราะห์กรรมซ้ำเติม ในเดือนกุมภาพันธ์ 2548 หลังสูญเสียคริสไปสี่เดือน แม่เธอก็เสียชีวิตหลังผ่าตัดมะเร็งรังไข่ เดือนพฤศจิกายนในปีเดียวกัน ขณะพ่อเธอมาเยี่ยม เขาเกิดอาการลมปัจจุบัน ดูช่างไม่ยุติธรรมเลยที่เรื่องร้ายๆเกิดกับผู้หญิงที่งดงามทั้งกายและใจคนนี้

ดานาโทรศัพท์หาผมในเช้าวันหนึ่งของเดือนมกราคมเพื่อบอกว่าเธอกำลังจะไปร้องเพลงที่เมดิสันสแควร์การ์เดน ผมดูการถ่ายทอดทางโทรทัศน์และอดคิดไม่ได้ว่าเธอช่างเข้มแข็งเหลือเกิน

สามสัปดาห์ต่อมา อาการเธอกลับทรุดลง แมตทิวลูกชายของคริสโทรฯมาบอกผมว่า “เคน ดานาอยู่โรงพยาบาล ผมไม่คิดว่าเธอจะรอด” สัปดาห์ต่อมา ดานาเสียชีวิตในวันที่ 6 มีนาคม 2549 ด้วยวัย 44

ผมอดถามตัวเองไม่ได้ว่า ทำไมสิ่งศักดิ์สิทธิ์จึงปล่อยให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับคนสองคนที่แสนดีแบบนี้ แต่ขณะเดียวกัน ผมก็รู้สึกว่าบางทีดานาอาจถูกเรียกตัวให้ไปอยู่กับคริสและเธอตอบตกลง ที่งานศพของสามีเธอ ดานาเงยหน้ามองเบื้องบนและพูดว่า “ฉันจะตามไปอยู่กับคุณสักวันค่ะ คริส”

สองสามเดือนก่อนเสียชีวิต ดานาอัดเทปรายการแนะนำสารคดีชื่อ เดอะ นิว เมดิซีน เธอพูดกับผู้ชมว่า “นับแรมปี ฉันกับสามีมีชีวิตอยู่ได้เพียงเพราะความหวัง และความหวังยังทำให้จิตใจของฉันเข้มแข็งที่จะเดินหน้าต่อไป”

ความหวังก็ทำให้ผมเข้มแข็งด้วยเช่นกัน ในฐานะช่างภาพสื่อมวลชน ผมมีชีวิตที่พิเศษสุด เดินทางทั่วโลกและพบปะผู้คนที่เป็นข่าวในยุคสมัยของเรา แต่ประสบการณ์ล้ำเลิศที่สุดในชีวิตของผมคือการได้เป็นเพื่อนสนิทของคริสและรู้สึกเหมือนโชคดีเป็นสองเท่าเมื่อได้รู้จักดานาด้วย

————————–

48-3-1097568615.jpg

February 10, 2007

“Holga” Plastic Fantastic Part 3 The End.

Filed under: Holga, My Gallery — heronop @ 8:47 pm

นี่น่าจะเป็น part สุดท้ายแล้วที่จะเขียนถึง Holga แล้วกันนะแต่ก็มีรูปมาให้ชมกันเหมือนเดิม แต่ไม่ไช่อัลบัมสุดท้ายที่จะโพส์แน่นอนสำหรับ Holga เนี่ย

จากครั้งที่แล้วที่ได้เขียนไปแล้วคราวๆ กับการใช้งานวันนี้มาลองดูบ้างดีกว่าว่า Holga เนี่ยมีกี่รุ่นอะไรบ้าง ซึ่งก็ไม่ยากที่จะค้นหาได้ใน Google ครับ แต่ถ้าจะมาเล่าให้ฟังแบบย่อๆ ก็ได้

โดยที่กล้องนี้ตอนเรกที่ผลิตเนี่ยเริ่มแรกมาจากจีนเลยครับวัสดุทำจากพลาสติกล้วนๆ แล้วเลนส์ของกล้องก็เป็นพลาสติกด้วยภาพที่ได้จะนัวๆ หน่อยสวยดีและตอนแรกเนี่ยยังไม่มีแฟลตครับแล้วก็มีสปีดเดียวครับ หลังๆมาเริ่มมีการใส่ลูกเล่นเข้าไปมากขึ้นโดยการใส่แฟลตปรกติเข้าไป และในช่วงหลังที่ขายกันใน โลโม่ช้อปจะเป็นแฟลตเปลี่ยนสีได้ แล้วก็มี ชัตเตอร์ B เข้าไปแล้วยังเลือกได้ว่าจะเป็นเลนส์พลาสติก หรือ เลนส์แก้วได้อีก ทำให้ยิ่งถ่ายสนุกใหญ่ และยังมีอุปกรณ์เสริมอีกตั้งเยอะแหนะตอนนี้ลองหาข้อมูลเพิ่มแล้วกันถ้าอยากได้มาครอบครองเล่นกัน

สุดท้ายนี้เลยหา Link Holga สวยๆ มาให้ลองเข่าไปชมกันแล้วกันครับที่

http://www.holgamods.com

http://www.theholgabox.com/

ลองดูแล้วกันนะครับ Enjoy my Photo kab.

,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,

This is the my Holga album Part i shoot it in Black & White hope u will enjoy my photo.Lomo ON

000032.JPG

000038.JPG

000030.JPG

000036.JPG

000033.JPG

000035.JPG

000028.JPG

000029.JPG 

Holga Camera Film Kodak T-max 400 Location Thailand 2006.

February 8, 2007

“Holga” Plastic Fantastic Part 2.

Filed under: Holga, My Gallery — heronop @ 9:38 pm

ต้องกลับไปอ่านตอนแรกมาก่อนกว่าจะมาเริ่มพิมพ์ในตอนที่ 2 นี้ได้นะเนี่ยอารมณ์จะได้ต่อเนื่องขึ้นหน่อย พอดีว่าจะเริ่มพิมพ์ ตอนสองของ Holga ตั้งแต่เมื่อวานแล้วละแต่อารมณ์การพิมพ์มันยังไม่บังเกิดเท่านั้นเองเลยพึ่งได้มาเรื่มวันนี้แต่ไม่เป็นไรเรื่อยๆต่อเลยละกัน

อย่างที่บอกไป Holga ที่ว่ามันมีเสน่ห์เท่ในตัวของมันอยู่แล้วละทั้งให้ฟิลม์ใหญ่ที่เป็น 120 ด้วยแถมยังใส่ฟิลม์ 135 ถ่ายออกมาก็ได้นะออกเห็น Panorama เลย แต่อันนี้ยังไม่ได้ลองเลยขี้เกียจโมอยู่ ไว้จะลองแน่นอน โดยจะพูดถึงการใช้งานหน่อยแล้วกันนะวันนี้เนี่ย เจ้า Holga ที่ว่าเป้นกล้องถ่ายงายหาแสงเยอะๆไว้ก็เจ๋งนะสีสวยดีชอบโดยเฉพาะลองใช้กับฟิลม์สี 120 หรือสไลด์ 120 ล้วเอามาครอสละก็สีสดมากๆเลย แถมยังมีขอบดำเหมือน LC-A อีกยิ่งดูมันใหญ่เลย แล้วก็ภาพที่ได้ออกมาเป็นกรอบสี่เหลี่ยมจตุรัสด้วยก็แปลกไปอีกแบบนะอย่างที่บอกด้านการช้งานเนี่ย Holga จะมีรุ่นให้เลือกหลายแบบเลยไว้ตอนหน้าจะมาบอกล้วกัน แต่ด้านกาใช้งานนั้นกล้องตัวนี้จะฟิครูรับแสงตายตัวเลยที่ F8 แต่ว่าจะมีชัตเตอร์ให้เลือกได้ 2 แบบคือ เป็นชัดเตอร์ปกติ ความไวอยู่ที่ประมาณ 60-125 แล้วก็เลือกได้ที่ชัตเตอร์ B ก็เปิดกันได้ยาวๆ เลือกใช้กันได้ตามความเหมาะสมเลย ส่วนตอนนี้มาพูดเรื่องกล้อง 120 เนี่ยชักอยากได้ Rolleiflex แล้วละสิวันนี้พึ่งได้ไปดูมากิเลสเกิดอีกตามเคย แต่เดี๋ยวจะนอกเรื่องไปกันใหญ่มาดูรปจาก HOLGA ของผมต่อในเซ็ตที่ 2 นี้ต่อเลยนะครับ แล้วก็เอ็นจอยถ่ายภาพนะครับผม.

———————–

This is my Holga album set 2. just let’s enjoy my Holga album and Happy lomo on.

———————-

 

000013.JPG

 

 

 

 

 

000014.JPG

000015.JPG

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

000017.JPG

000022.JPG

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

000016.JPG

000024.JPG

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

000027.JPG

000026.JPG

Holga camera Fuji 120 film. Bangkok Thailand 2006.

February 6, 2007

“Holga” Plastic Fantastic

Filed under: Day by Day, Holga, My Gallery — heronop @ 1:35 pm

 “Holga”Plastic Fantastic อาจเป็นคำกล่าวที่ไม่เกินเลยไป สำหรับกล้องพลาสติกที่ใช้ฟิลม์ 120 ที่ถือว่าถูกที่สุดแล้ว และก็มีเสน่ห์ในตัวของมันมากที่สุดตัวหนึ่งด้วย ที่กล่าวมานี้หลายคนที่เข้ามาอ่านอาจสงสัยว่าเจ่า Holga ที่ว่าเป็นกล้องอะไรใช่ใหม ถ้าอย่างนั่นตาม Link นี้ไปจะไขความกระจ่างได้เลยครับ แต่ถ้ายังงงอยู่เดี๋ยวจะบอกให้ฟัง

ที่ว่ามาในวันนี้ไม่ใช่อะไรพอดีเกิดไปดูภาพนัวๆ อยู่นิดหน่อยเลยคิดถึงกล้อง “Holga” ที่บ้านขึ้นมาถึงจะนานแล้วที่ไม่ใด้ใช้เลยแต่ว่าเดี๋ยววันนี้ละจะเอาออกไปรับแสงแดดซะหน่อย

Holga ที่ว่าเป็นกล้องชนิดหนึ่งครับในตอนนี้อาจอยู่ในตระกูลกล้อง LOMO ที่ตอนนี้นิยมกันอย่างมากเลยในเมืองไทยแต่เมืองนอกเขาใช้มาตั้งนานแล้วละ มันได้ชื่อว่าเป็นกล่องที่ใช้ฟิลม์ 120 เป็นหลัก และยังถือว่าเป็นกล้องที่ถูกที่สุดที่สามารถให้ฟิลม์ 120 ได้อีกด้วย เรื่องของฟิลม์ 120 นั้นโครไม่รู้เรื่องก็ลองหาดูใน google แล้วกันนะครับ แต่ถ้าให้บอกย่อๆก็คือเจ้าฟิลม์ 120 เนี่ยเป็นฟิลม์ใหญ่กว่า ธรรมดาที่เราใช้กันทั้วไป ส่วนใหญ่ใช้กับงานถ่ายภาพที่ต้องการคุณภาพในการขยายใหญ่ที่ดีเช่นงานในสตูดิโอ หรือพวกถ่าย Wedding ละครับ

สำหรับวันนี้เอามาบอกเกริ่นๆ ให้ฟังก่อนแล้วกันแล้วจะมาบอกต่อในวันพรุ่ง หรือวันต่อๆไปก็แล้วกันแล้วค่อยเขียนไว้ใน Page ต่อถ้ามีเวลา สำหรับวันนี้ดูรูปไปก่อนแล้วกันและก็ขอให้สนุกกับการถ่ายภาพครับ คิดถึง Holga….

”””””””””””””””””””””””””””””””””

“Holga” Plastic Fantastic Just today i’m missing my Holga camera so i post this blog for today and if you don’t know what the hall is Holga just Click!

And this is some of my picture by Holga camera let’s enjoy photo and my picture too.

 

 

000006.JPG

 

 

 

 

000010.JPG

 

 

 

 

 

000009.JPG

 

 

 

 

 

000012.JPG

 

 

 

 

000005.JPG

 

 

 

 

000003.JPG

 

 

 

 

000004.JPG

 

 

 

 

000001.JPG

 

 

 

 

000002.JPG

All Photo by Holga camera Film Kodak 160 Location Thailand 2006

Enjoy Photo.

 

 

 

February 5, 2007

Bored.

Filed under: Canon VT de Luxe, Day by Day — heronop @ 3:26 pm

Have you ever Bored? What thing make you bored? But now i’m so bored

Noting gona post now I’m just feel bored and bored.

i not really know what is bored?and why? but now i feel bored and bored.

first-vt-32.JPG

Canon VT de Luxe with 50mm Jupiter 8 Fuji 200 Bangkok Thailand 2006 

February 1, 2007

Final score

Filed under: Day by Day, Film Reviews — heronop @ 12:54 pm

วันนี้ก็จะเข้าโรงฉายแล้วเลยมาเพิ่มความน่าดูให้กับหนังที่ผมอยากไปดูครับ ที่อยากไปดูอย่างแรกเพราะชีวิตวัยรุ่น มีแค่ครั้งเดียว ได้ไประลึกอดีตหน่อยก็คงดี อีกทั้งการโปรโมทหนังและทีเซอร์ทำได้น่าดูมากๆ เลยอยากไปดูคงต้องหาเวลาหน่อยล่ะ ยิ่งอ่านยิ่งน่าดูเข้าไปอีกกับหนังชีวิต(จริง)เรื่องนี้

final-score-full.jpg

Blog at WordPress.com.