
May 6, 2010
April 4, 2010
January 13, 2010
พระครูบาเหนือชัย
พิธีลอดท้องม้า เชื่อกันว่าเป็นการสะเดาะเคราะห์กรรมอีกวิธีหนึ่ง เหมือนๆกับการลอดท้องช้าง ตามความเห็นของผู้ที่เชื่อและศรัทธา
จริงหรือไม่ ไม่รู้ ขึ้นอยู่กับเชื่อหรือไม่ มากกว่า

ภาพประชาชนที่ขึ้นไปทำบุญตักบาตรในตอนเช้า ที่วัดอาชาทองร่วมกับพระที่บินฑบาตรบนหลังม้า ซึ่งจัดให้มีพิธิทุกวัน โดยเฉพาะช่วงหน้าเทศกาลท่องเที่ยวคนจะมากเป็นพิเศษ


วิถีชีวิตที่งดงาม สืบทอดกันมาอย่างยาวนานยังคงมีอยู่ในประเทศไทย และขอให้อยู่สืบต่อกันไป ตราบนานเท่านาน
วัดถ่ำอาชาทอง
อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย
Rolleiflex T
Tri-x 400 Film
self develop
Rodinal 1+25 20c 7Min
Canoscan 8800F
Thailand ’09
January 2, 2010
ส.ค.ส ปีใหม่ 2553
“ในหลวง”พระราชทานพรปีใหม่ “คิดจะทำสิ่งใดต้องคิดให้ดีให้รอบคอบ” ส.ค.ส.ปีใหม่ทรงฉายกับคุณทองแดง
“ในหลวง “พระราชทานพรปีใหม่แก่คนไทย คิดจะทำสิ่งใดต้องคิดหน้าคิดหลังให้ดีให้รอบคอบ ให้ยึดประโยชน์ส่วนรวมเป็นเป้าหมายหลัก ทรงขอบใจที่วิตกห่วงใยในการเจ็บป่วย พร้อมพระราชทาน ส.ค.ส.ปีใหม่ เป็นพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประทับบนพระเก้าอี้หวาย ทรงฉายกับคุณทองแดงและคุณทองหลาง สุนัขทรงเลี้ยงที่นั่งเฝ้าอยู่ข้างพระเก้าอี้ ขณะที่ประมุข 3 ฝ่ายรวมอวยพรปีใหม่ให้คนไทย
เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพรปีใหม่เนื่องในวันขึ้นปีใหม่ ประจำปีพุทธศักราช 2553 ความว่า ประชาชน ชาวไทยทั้งหลาย บัดนี้ถึงวาระจะขึ้นปีใหม่ ข้าพเจ้าขอส่งความปรารถนาดีมาอวยพรแก่ท่านทุกๆ คน ทั้งขอขอบใจท่านเป็นอย่างมากที่วิตกห่วงใยในการเจ็บป่วยของข้าพเจ้า และแสดงออกโดยประการต่างๆ จากใจจริงที่จะให้ข้าพเจ้าหายเจ็บป่วยและมีความสุขสวัสดี
ความ สุขสวัสดีนี้เป็นสิ่งที่พึงปราถนาอย่างยิ่งของคนเรา แต่จะสำเร็จผลเป็นจริงได้มากน้อยเพียงใดย่อมขึ้นอยู่กับความสามารถและสติ ปัญญาในการประพฤติตัวปฏิบัติงานของแต่ละบุคคล ในปีใหม่นี้ จึง ขอให้ชาวไทยทุกคนได้ตั้งจิตตั้งใจให้เที่ยงตรงแน่วแน่ที่จะประพฤติตัว ปฏิบัติงานให้เต็มกำลังความสามารถ โดยมีสติรู้ตัวและปัญญารู้คิดกำกับอยู่ตลอดเวลา กล่าวคือ จะคิดจะทำสิ่งใดต้องคิดหน้าคิดหลังให้ดี ให้รอบคอบ ทำให้ดี ให้ถูกต้อง ข้อสำคัญจะต้องระลึกรู้โดยตระหนักว่าประโยชน์ส่วนรวมนั้นเป็นประโยชน์ที่แต่ ละคนพึงยึดถือเป็นเป้าหมายหลักในการประพฤติตัวและปฏิบัติงาน เพราะเป็นประโยชน์ที่ยั่งยืนแท้จริง ซึ่งทุกคนมีผลได้รับทั่วถึงกัน ความสุข ความสวัสดีจักได้เกิดมีขึ้นทั้งแก่บุคคล ทั้งแก่ชาติบ้านเมืองไทย ดังที่ทุกคน ทุกฝ่าย ตั้งใจปราถนา
ขออนุภาพแห่งคุณพระศรีรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวไทยเคารพบูชาจงอภิบาลรักษาท่านทุกคนให้ปราศจาก ทุกข์ ปราศจากโรคภัย ให้มีความสุขกาย สุขใจ และความสำเร็จสมประสงค์ตลอดศกหน้านี้โดยทั่วกัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ ส.ค.ส.ที่พระองค์พระราชทานให้แก่พสกนิกรชาวไทยในปีนี้ เป็น พระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในฉลองพระองค์แจ๊คเก็ตสีชมพูเข้ม ปักรูปคุณทองแดงที่ด้านซ้ายของพระอุระ ทับฉลองพระองค์ชั้นในสีขาว พระสนับเพลาสีกากี ฉลองพระบาทกีฬาสีเทาดำ ประทับบนพระเก้าอี้หวาย ที่ตั้งอยู่กลางสนามหญ้าและสวนดอกไม้ทรงฉายกับคุณทองแดงและคุณทองหลาง สุนัขทรงเลี้ยงที่นั่งเฝ้าอยู่ข้างพระเก้าอี้ทั้งสองด้าน ใต้ภาพคุณทองแดงและคุณทองหลางมีชื่อกำกับอยู่ทั้งสองสุนัข
มุม บนด้านซ้ายมีตราพระมหาพิชัยมงกุฎ และตัวหนังสือพิมพ์ด้วยสีเหลืองว่า ส.ค.ส.2553 (สอคอสอ สองพันห้าร้อยห้าสิบสาม) ส่วนมุมบนด้านขวามีตราผอบทอง ถัดเข้ามามีข้อความภาษาอังกฤษ Happy New Year 2010 (แฮปปี้ นิว เยียร์ ทูเทาว์ซันด์แอนด์เท็น)
ด้านล่างของ ส.ค.ส.มีข้อความเป็นตัวหนังสือพิมพ์ด้วยสีเหลืองว่า สวัสดีปีใหม่ ขอจงมีความสุข ความเจริญ และมีตัวเลขสีชมพู ระบุวันเดือนปีว่า 2009 12 27 / 15:25 (สองพันเก้า สิบสอง ยี่สิบเจ็ด / สิบห้า ยี่สิบห้า)
กรอบของ ส.ค.ส. พระราชทานฉบับนี้ เป็นภาพหน้าคนเล็กๆ เรียงกัน ด้านบนและด้านล่างเรียงกันด้านละสองแถว ด้านข้าง ทั้งด้านซ้ายและด้านขวาเรียงกันด้านละ 3 แถว นับรวมกันได้ 418 หน้า ทุกหน้ามีแต่รอยยิ้ม
บนกรอบ ส.ค.ส.ด้านล่าง มีแถบสีชมพู บนแถบมีข้อความ ก.ส.9 ปรุง 152527 ธ.ค. 52 (กอ สอ เก้า ปรุง สิบห้า ยี่สิบห้า ยี่สิบเจ็ด ทอ คอ ห้าสอง) พิมพ์ที่โรงพิมพ์สุวรรณชาด ท.พรหมบุตร ผู้พิมพ์โฆษณา Printed at the Suvarnnachad publishing, D Bramaputra, Publisher ( พริ้นเทด แอ้ท เดอะ สุวรรณชาด พับลิชชิ่ง, ดี.พรหมบุตร, พับลิชเชอร์ )
ที่มา http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1262260290&grpid=00&catid
ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน
December 21, 2009
bless you
God Bless You……

Rolleiflex 3.5F
Tri-X 400
Rodinal
8×10 oriental seagull VCFB
Wormtone by Jusmin Tea
Thailand ’08
November 9, 2009
กลับบ้าน
“กลับ บ้าน” ภาพนี้สืบเนื่องจาก การได้ไปทำบุญกฐิน-ถวายพระ กับที่บ้าน ณ.วัดแห่งหนึ่ง ในจังหวัดพิษณุโลก หลังจากที่ไม่ได้ออกต่างจังหวัดมานาน รู้สึกเห็นอะไรก็น่าถ่ายไปซะหมด ยิ่งในบรรยากาศยามเย็น พระอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้าไปทุกทีแล้วยิ่งน่าถ่ายจริงๆ แล้วทันใดนั้นผมเหลือบไปเห็นรถอีเต๊นวิ่งมาแต่ไกล บรรทุกคนมาพร้อมสรรพ ซึ่งดูแล้วน่าจะเป็นชาวบ้านที่เดินทางไปทำงานพึ่งจะกลับ แต่สีหน้าของแต่ละคน ยังดูมีความสุข ทั้งยังคุยกันสนุกสนาน อาจเป็นเพราะเส้นทางที่เขากำลังจะไปนั้นเป็นทางกลับบ้านก็ได้ พอคิดได้ในที่สุดเหมือนฟ้าประทานมาให้ถ่าย 555 โดยไม่ลังเล ผมคว้ากล้องแนบดวงตา วางตำแหน่งของสิ่งต่างๆให้เข้าที่ ได้โอกาสใช้มุมย้อนแสงที่เป็นอยู่ให้เป็นประโยชน์ เห็นแสงอาทิตย์ทอแสงมาพอดี วัดแสง กะโฟกัสตั้งหน้ากล้อง แล้วรอให้รถอีแต๊นขับผ่านด้านหน้าพอดีในจุดที่ตั้งใจ แล้วกดขัตเตอร์ เสียงชัตเตอร์ นุ่มๆ กับกระจกสะท้อนภาพพับขึ้น ดังพับ! ภาพในวิวฟลายเดอร์หายไปประมาณเส้๊ยววินาที แล้วทุกอย่างก็กลับคืนสู่จุดที่มันเป็น
แต่เพียงแค่เสี้ยววินาที นั้น การหยุดเวลาของผมก็สำเร็จ ถึงทุกอย่างจะต้องเป็นอย่างที่มันเป็นต่อไป แต่ผมเก็บอารมณ์ และความรู้สึกช่วงนั้นมาอยู่กับผมแล้ว ตรงนี้ละมั่งที่เป็นเสน่ห์ของการถ่ายภาพ และคิดไปอีกอย่าง ผมว่าบ้านคือวิมาณสำหรับทุกคนจริงๆครับ Have a good day.
ข้อมูลการถ่ายภาพ
Minolta X-700
Lens MD Rokkor -X 24/2.8
Tri-x 400 Rate 1600
T-Max Developer 1+9, 24c , 7.15Min
Oriental Seagull VC FB II 8x10
Canoscan 8800F
จังหวัดพิษณุโลก
October 14, 2009
ค่ำคืนแห่งศรัทธา
มโหรี ลั่นก้อง อึกทึก
เสียงกระดิ่ง ริง ริง กังวานใส
กลิ่นกำยาน ขจรไกล กำซาบ
ทรงประทับแล้ว องค์พระแม่กาลี
เหล่าผองชน สรรเสริญลั่น…..
โอม กาลีโอม………
Thailand Dussehra Nigth 2009
Minolta X-700 + MD 24/2.8 Lens
Tri-x 400 EI 1600
T-Max Dev. 24 C – 7.15 Min
PW 14 Paper size 8×10
Canoscan 8800F
Scaned from Print
Thailand 2009
June 6, 2009
พังกำไล
แทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง ทันทีที่เป็นควาญช้างพังกำไลออกทางทีวี เห่ย! นี้มันควาญคนเดียวกับควาญช้างพังกำไลที่เคยถ่ายไว้นี่หว่า จากตอนแรกที่ได้ยินข่าวช้างพังกำไล ออกทางทีวี ก็นึกให้ไม่ใช่ช้างเชือกเดียวกันกับเชือกที่เคยถ่ายไว้ก่อนหน้านี้ไม่กี่ สัปดาห์ แม้จะชื่อเดียวกัน อายุ 10 ปีเหมือนกัน แต่ก็ไม่ได้คิดอะไร แต่พอติดตามข่าวไม่เรื่อย จนได้เป็นหน้าควาญช้างชัดๆก็ โป๊ะเช่ะ! ใช่เลย (ทำไมแทงหวยไม่ถูกแม่นๆอย่างนี้มั่ง-่ะ) เจ้าควาญคนเดียวกันแน่ๆ แล้วเห็นที่ควาญช้างให้สัมภาษณ์ว่าพาช้างไปผสมพันธุ์ โกหกทั้งเพ ใครได้ดูทีวีแล้วจำหน้าควาญช้างได้ลองมาช่วยฟันธงหน่อยซิว่าใช่มั๊ย แต่ผมจำได้ติดตาว่าชัวร์ๆ ฟันธง!
ได้เห็น ได้สัมผัส และได้ถ่ายรูปกันอยู่ดีๆ ชีวิตไม่แน่นอนจริงๆหนอ สัตว์โลก……อาแมน
อ่านเรื่องของช้างพังไลเพิ่มแติมได้ที่นี่ครับ http://www.bwfoto.net/ques_answ/topic.asp?TOPIC_ID=8786 เคยโพสต์ไว้ที่ bwfoto.net เมื่อไม่กี่วันก่อนช้างพังกำไลรถคว่ำครับ หายเร็วๆนะ พังกำไล




“ระอุ ไอแดด อบอ้าวร้อน พื้นซีเมนต์
แสงไฟ เจิดจ้า สาดส่องมา นัยน์ตาฉัน
เขม่าดำ ควันรถ เสียงดังลั่น ทั่วทิศ
กระหายหิว แสนอ่อนล้า เห็นใจเถอะ เจ้านาย”
Minolta X 700
24/2.8 MD W-Rokkor-X
Tri-x 400
HC 110 / 1+31 / 20C / 7.30 Min
January 23, 2009
ฮ่องกง อารมณ์ดี
เห็นรูปจากหลายๆคนแล้วอิจฉา ขอส่งภาพช่วงวันหยุดยาวปีใหม่ส่งเข้าร่วมสนุกเป็นด้วยคน แต่ครั้นจะโพส์เฉยๆคงดูแห้งๆไป ขอเล่าเป็นเรื่องราวพอสังเขป ตามแต่ความว่างจะอำนวยก่อนจะถึงวันทำงานล่ะกันครับ ลงไว้ที่นี่ด้วย จะได้ดูกันแบบยาวๆ จนจบทริปเลย “รีบหน่อยนะค่ะ” เสียงจากพนักงานสาวที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิบอก ขณะที่ผมกำลังเอากระเป๋ากล้องให้เจ้าหน้าที่เช็คด้วยมือเพราะไม่ยอมเข้าเครื่องแสกน พร้อมทั้งสายตาแต่ละคู่ที่จับจ้องมาที่ น้องโรไลตัวเก่ง ” กล้องอะไรครับเนี่ย ” พนักงานถาม ” กล้องถ่ายรูปครับ แต่ใช้ฟิล์มชนิดพิเศษครับ เลยข้าเครื่องแสกนไม่ได้ พี่ช่วยเช็คด้วยมือละกันนะ ผมกลัวฟิล์มเสีย ” ผมตอบไป แต่ด้วยสายตางงๆ ของพนักงานแต่ละคน พร้อมกับเสียงซุบซิบกันนิดหน่อย ว่า “กล้องรุ่น(ของมันฟร่ะเนี่ย)ใหนเนี่ย” แต่ก็เป็นข้อดีนะ ทำให้กล้องและฟิล์มไม่ต้องเข้าเครื่องแสกน แถมผ่านแบบง่ายๆอีกต่างหาก 55
เหลือเวลาอีกไม่ถึง 10 นาที ก่อนที่เครื่องบินจะออก หลังจากที่ พนักงานบอกผมให้ต้องรีบไป เอาละซิ วิ่งกันแถบตายกว่าจะถึงรถที่จะพาไปขึ้นเครื่อง ก็ไม่รู้นี้นา ว่าทางเดินไปเครื่อง มันจะไกลขนาดนี้แถมของล่อตาคุณผู้หญิงทั้งนั้น เคยบินแต่ที่ดอนเมืองนี่น่า แถมเครื่องบินจอดอยู่ประตูสุดท้ายซะด้วยซิ เล่นเอานึกว่าจะตกเครื่องซะแล้วเรา แต่นะ จนแล้ว จนรอด พระคุ้มครอง ในที่สุดก็ได้ขึ้นเครื่องสมใจ และมาถึงเซี๊ยะทีนะ ฮ่องกง!
ถือเป็นการเยือนฮ่องกงเป็นครั้งที่ 2 ในรอบหลายๆปี แต่ถือเป็นครั้งแรกที่ได้มาเองครับ ทำให้เหมือนเริ่มเที่ยวใหม่ๆยังไงไม่รู้ เพราะเริ่มงงตั้งแต่การหาทางเข้าเมืองเลยทีเทียวเชียว อุตสาห์ทำการบ้านมาซะอย่างดี พิมพ์ไกด์นำทางฉบับพี่ไวมาอีกต่างหาก ก็ยังไม่วายงงอยู่สักพักหน่อยๆอีก ติดเพราะคิดอยู่ว่า ทางใหนประหยัดสุดแง่ะ ขอเก็บตังค์ไว้กินโจ๊กฮ่องกงดีกว่าเรา และสรุป รถเมล์เป็นคำตอบสุดท้ายครับ แล้วก็คิดไม่ผิดจริงๆด้วย ถูกจริง ได้ชมวิวด้วย และอีกอย่าง ผมไม่รีบ!
ตั้งแต่แรกที่เข้ามาเหยียบฮ่องกงครั้งนี้ ผมรู้สึกว่าจริงๆแล้ว บ้านเรามีทุกอย่างเหมือนที่บ้านเขามีเลยนะ แต่ทำไมมันไม่เห็นดีเหมือนบ้านเขาเลยเนี่ย เริ่มตั้งแต่ที่สนามบิน รถเข็นสัมภาระที่สนามบิน ของเขาก็ดีกว่า ป้ายบอกทาง และการให้ข้อมูลเขาก็ดีกว่า จุดซื้อตั่วรถใต้ดินเขาก็ดีกว่า รถใต้ดินเขาก็ดีกว่า และอะไรต่อมิอะไรหลายๆอย่าง เขาก็ยังดีกว่า ทั้งที่บ้านเรามีหลังเค้าซะอีก น่าจะได้ของใหม่กว่า แต่พี่ไทยทำได้ ใช้ของโลว์คอสตลอด วัยรุ่นเซ็งเป็ด เมื่อไหร่บ้านเราจะเจริญสักทีล่ะเนี่ย
เย่! ถึงฮ่องกงจริงๆสักที หลังจากที่เช็คอินเข้าที่พัก ก็ไม่ต้องหลับต้องนอนกันล่ะ ขอออกมาสูดอากาศฮ่องกงกันเซี๊ยะหน่อย ให้สมใจอยากละกัน ก่อนเข้านอนครับ
ก็สมชื่อว่าเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วล่ะ อีกทั้งจำลองแบบมาจากอังกฤษอีก ข้าวของ ถนนหนทาง รวมไม่ทั้งทางเท้าน่าเดินชมัด ปูเรียบเสมอกัน สัญญานไฟก็มีเสียงให้คนพิการได้ข้ามได้อีก ดีจัง ของบ้านเราเหรอ ของไอ้แบบนั้นเจ๋งไปตั้งนานแล้ว และก็เหมือนเมืองที่เจริญๆทุกๆเมือง ป้ายโฆษณาพรึ่บจริงๆ
เศรษฐกิจดี ประชาชีก็มีสุข ไม่ว่าหน้าใหน ที่นี้เห็นผู้คนตามถนนหนทาง เดินกันจอแจออกมาใช้จ่าย ไม่ว่าจะอาหมวย อาตี๋ อาอี้ อาซ้อ อาม่า เหล่าม่า ก็เดินกันสนุก ซื้อของกันเพลิดเพลินจริงๆ เห็นแล้วก็สนุกตามไปด้วย เงินที่เคยๆอยู่ในกระเป๋าก็ค่อยๆใหลออกไปด้วยแบบไม่รู้ัตัวเลยเชียว
แต่มาฮ่องกงครั้งนี้ เนื่องจากไม่ได้มาบ่อย แต่ไม่ได้กะจะมาช๊อปอะไรมาก เลยจัดตารางท่องเที่ยวตามสถานที่เที่ยวไว้มากหน่อย ตามแต่เวลาจะอำนวย และสังขารของขาจะพาไป เพราะแต่ละวันต้องเดินกันขาลากเลยจริงๆ ถึงที่พักในแต่ละวันถึงกับสลบไสลลืมตื่น แต่ก้คงเป็นที่มาของคนที่นี้ เพราะเท่าที่สังเกตุดู ทั้งอาหมวย อาตี๋ที่นี้ไม่มีคนอ้วน จริงๆนะ หาอยู่นานมาก ก็ยังไม่เจอคนอ้วน แปลกมากๆ ทั้งที่อาหารการกินเท่าที่ลองแล้ว แต่ละร้านให้กันเรียกว่าจับกังอายเลยนะ เยอะจริงๆ กินจานเดียวอิ่มไปทั้งวัน
วันแรกของการเที่ยว นอกจากได้ท่องเที่ยวไหว้พระในแต่ละที่ ตามที่ตั้งใจ
แล้วก็เดินมองลองหาไปชิมอาหารตามไกด์พี่ไว ที่แนะนำมา แต่ดันหาไม่เจอสักร้าน สรุปหาแต่ร้านข้างทางกินก็ไม่ผิดหวังเหมือนกันนะ ขอที่นี้แต่ละร้านสั่งเลยอร่อยทุกอย่าง โดยเฉพาะพวกหมูแดง เป็ดย่าง สมชื่อต้นตำหรับจริงๆ กินได้ทุกวันไม่มีเบื่อ แต่แสนเสียดายตลอดทริปดันลืมกินโจ๊กซะได้ พลาดๆ เหมือนไปไม่ถึงฮ่องกงจริงๆ
วันที่สอง ก็ตลุยหาร้านกล้องตามโพยพี่ไวทันที แต่ครั้งนี้ไม่มีพลาดสักร้านเดียว เก็บทุกเม็ด ส่องทุกร้าน เดินสนุกจริงๆ เสียตังค์ก็ยังสนุก จนคนที่ไปด้วยเขม่น บรรยากาศมาคุมาก เลยไปต่อดิสนีย์แลนด์ดีกว่าเพื่อความปลอดภัย อิอิ แต่ขอบอกว่า กล้องฮ่องกงแพง แต่ดูสนุกครับ ของเยอะดี แต่รู้สึกว่าของแต่ละอย่างตอนนี้ ไม่ถูกครับ ไม่ว่าจะเป็นร้านดังที่พูดถึงกันของขึ้นจนแพงไปหมดแล้วครับ ไม่ว่าจะกล้อง หรือ กระเป๋า (สรุปของที่ได้มามี Billingham มา 2 ใบหาแถบพลิกแผ่นดินฮ่องกงกว่าจะเจอสีที่ถูกใจ Sikonic 758DR ทั้งหมดราคาขึ้นหมดแ้ล้ว ท่านใดกำลังเล็งรอซื้อฮ่องกงล่ะก็ หาเมืองไทยดีกว่าครับขอบอก และก็ได้ของเล็กๆน้อยๆอีกนิดหน่อย และที่ชอบที่สุดคือ Solf shutter
สลักคำว่า Rollei ได้มา 2 ตัว ไว้ใส่ F ตัวนึง ใส่ T ตัวนึง แจ่ม )
ชักจะยาวไปล่ะ รวมลัดฆ่าตัดตอน ให้ได้ความสั้นลงหน่อยละกัน เพราะหลังจากกินๆ เที่ยวๆ แบกของ เดินๆ ซื้อๆ และถ่ายรูปแล้วก็ได้เวลาอำลาฮ่องกงกันแล้ว เพื่อไปเที่ยวต่อที่
มาเ๊๊ก๊า ลาสเวกัสตะวันออก กันซะที
นั่งหลับบนเรือมาตลอดทาง และในที่สุดก็ถึง “มาเก๊า” ละครับ คนละฟิวกันเลยกับฮ่องกง นี่มันเมืองจีนชัดๆเลยนะเนี่ย คนก็เจ็ก เมืองก็ดูเจ็กๆ มารยาทงั้นๆ แถมพูดอังกฤษกันไม่ค่อยรู้เรื่องอีก กว่าจะถามหาทางได้เล่นเอาเหนื่อยเลย แต่ก่อนอื่น ไปเช็คอินเข้าที่พักก่อนล่ะ
อีกสักมุม
อีกด้านของโรงแรม
มาพักผ่อนทั้งที ถึงที่พักก็หายเหนื่อย เรียกกำลังกลับมาได้อย่างดีเลยทีเดียว ฮ่า ฮ่า แต่ แต่ แต่ แหม่ๆๆๆๆ ไม่ได้พักโรงแรมที่เห็นนี้หรอกนะ ที่นี่แน่ะเขาสำหรับถ่ายรูปตะหาก
ผมพักอยู่ใกล้กันแต่เล็กกว่าหลายเท่าตัว อิอิ
สำหรับที่นี้แล้ว มาเก๊าไม่เคยหลับจริงๆนะ มีแต่คาสิโนเต็มไปหมด ก็สนุกไปอีกแบบ แต่สำหรับคนไม่ใช่นักเล่นอย่างผมแล้ว ได้มาเอาบรรยากาศก็สนุกดีนะ ลองนั่งหยอดตู้ไปไม่ถึงห้านาทีเลย หยอดไป หยอดมาแป๊บๆเสียไปล่ะ 20 เหรียญ เลิกดีก่าเสียดายตังค์ สงสัยผมจะไม่ได้เกิดมาเพื่อสิ่งนี้ แต่สำหรับบางคนที่เป็นนักเล่นตัวยงแบบจริงจัง ก็เห็นแล้วทุ่มเงินกันเต็มโต๊ะน่ากลัวต้องขายบ้าน ขายรถจริงๆ
เอาเป็นว่า ห้าวันผ่านไปไว้เหมือนโกหก นับเป็นเส้นทางที่สนุกสนาน สำหรับท่านใดที่อยากหาสถานที่เที่ยวที่ได้บรรยากาศ ถูกใจทั้งชายหญิง อาหารอร่อย เดินทางสะดวก ประหยัด และอยากเปลี่ยนบรรยากาศจากเมืองไทยแล้วละก็ ผมแนะนำแลยครับผม 5 ดาว ฮ่า ฮ่า ฮ่า
ขอบคุณที่เข้ามาอ่าน ชม และวิจารณ์แนะนำครับ ฝากไว้เป็นรูปสุดท้ายล่ะครับ ^^ 
Rolleiflex 3.5F & Horizon S3 PRO Rolleiflex 3.5F with Yellow Fillter Tri-x 400 Rate 800 Rodinal 1+25 20c 9.20 Min Kadalk 1% 1Min Canoscan 8800F + Photo Scape 23-28 Dec 08
[:D][:D][:D]
January 1, 2009
สวัสดีปีใหม่ 2552
หยุด ปีใหม่ปีนี้ได้แต่อยู่โยงเฝ้าบ้าน ฟังเสียงฝนในหอน้อยเพียงเดียวดาย เลยเอารูปสีจากปีที่แล้วมาลงมั่ง ตามกระแส ให้ติชมกันเล่นๆตามสะดวก ได้มีโอกาสไปถ่ายมาเหมือนกัน หวังว่าคงไม่เบื่อกันซะก่อนนะ
สิ่งใหนไม่ดีก็ขอให้ผ่านไปละกัน คงไว้และรับไว้แต่สิ่งดีๆที่ดีขึ้น และดีกว่ากำลังจะมา ^^









Rolleiflex 3.5F
Kodak 160VC-2
PK Photo lab
Canoscan 8800F + Photo Scape
Happy new year 2009 kabbbbbbb
























